BioNEDD DDS Innovation 2011

Mahidol University Held a Press Conference,

“R & D in Pediatric Cancer Treatment and Innovation in Cancer Drug Delivery System”

On April 26, 2011 at room K102, Faculty of Science, Mahidol University held a press conference, “R & D in Pediatric Cancer Treatment and Innovation in Cancer Drug Delivery System” chaired by Assoc. Prof. Suradej Hongeng, M.D., Department of Pediatrics, Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital, Mahidol University, and
Dr.Norased Nasongkla, Ph.D., Department of Biomedical Engineering, Faculty of Engineering, Mahidol University.

“Pediatric cancer can be found in children ranging from 1-15 years of age. Approximately 1,000-1,500 cases are found annually. Early diagnosis generally yield upto 80% successful treatment rate with exception of brain cancer having 30-40% chance. Recently, new innovation in clinical treatment provides new hope for the future.” Assoc. Prof. Suradech says.

Dr.Norased, an innovator of biopolymers and nanoengineering for drug delivery, stated, “Brain cancer is difficult to reach due to the presence of blood-brain barrier, and clinical chemotherapy treatment depends on renal drug clearance through urine, which is a limitation of the treatment. Most drugs are removed from the body prior to exerting the therapeutic effect. Novel drug delivery methodology has been innovated to deliver the drug directly to the brain cancer. This novel innovation is called nanopolymer in drug delivery, which could exert its effect on cancer cells without affecting the neighboring organ.”

“Scientific and research community recently developed another novel brain cancer drug delivery system using wafers, which is a gel polymer that contain chemotherapeutic agent. The wafer is attached onto the cancer tissue, and the drug will absorb into the tissue. Absorption and distribution of the drug is not always effective, and the wafer may break down, leading to subsequent complications. This new innovation remains costly, up to one million Baht. Another innovation is direct drug injection into the middle of cancer tissue using another chemotherapeutic agent called SN-38 that will absorb outwardly at a controllable rate,” Dr. Norased said. “This method is currently in the pre-clinical trial phase, and the results are expected in this year. Clinical trial is expected to begin in 1-2 years.”


Source from: https://sites.google.com/site/bioneddlab/news/ResearchProgress

“ความก้าวหน้าผลการวิจัยการรักษามะเร็งในเด็กและนวัตกรรมระบบส่งยารักษามะเร็ง”
26  เมษายน  2554

มะเร็งสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย ในประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นเด็กราว
๑,๐๐๐ – ๒,๐๐๐ คนต่อปี ชนิดของมะเร็งในเด็กมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่
โดยมากจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ โครงการมะเร็งในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ได้ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการรักษามะเร็งในเด็กจนสามารถรักษาให้หายขาด
และมีอัตราการรอดชีวิตได้ถึงร้อยละ ๗๕ หรือ ๓ ใน ๔
ของเด็กที่เป็นโรคมะเร็งมีโอกาสหายขาดและรอดชีวิต
นอกจากนี้ ด้วยข้อจำกัดสำคัญของการใช้ยาในการรักษาแบบเคมีบำบัดแบบทั่วไป จึงเป็นที่มาของงานวิจัยอีกเรื่องหนึ่งคือการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบส่งยาที่สามารถจะนำยาต้านมะเร็งในปริมาณที่ต้องการไปสู่เซลล์มะเร็งโดยตรง (intratumoral implantation) ผลงานของ อาจารย์ ดร.นรเศรษฐ์ ณ สงขลา ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยนวัตกรรมการใช้ PLEC โคพอลิเมอร์มาเป็นวัสดุสำหรับระบบส่งยาซึ่งสามารถปล่อยยาสู่เซลล์มะเร็งโดยตรงในปริมาณที่กำหนด เป็นการรักษาที่ตรงจุด เห็นผล ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีอัตราการรอดชีวิตที่สูงขึ้นได้

See Full Images >>
Related Links:
มหิดลโชว์นวัตกรรม รักษามะเร็งสมอง
> http://www.thaipost.net/news/270411/37715
“มหิดล” เจ๋งคิดนวัตกรรม “ระบบส่งยารักษามะเร็ง”
> http://manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9540000051374

BioNEDD Memory 2011

BioNEDD memory 2011


Tissue Engineering and Drug Delivery Systems

Track Leader: Norased Nasongkla, Ph.D.
Email: egnns[AT]mahidol.ac.th

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2554

คณะนักวิจัยมหิดลพัฒนาระบบส่งยาจากพอลิเมอร์ สำหรับฝังหรือฉีดทำลายเซลล์มะเร็งแบบตรงจุด พุ่งเป้าก้อนมะเร็งสมองและมะเร็งตับ หวังลดผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดในปัจจุบัน
“เคมีบำบัด” เป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งที่ใช้กันแพร่หลาย แต่มีข้อจำกัดเนื่องจากความเป็นพิษและความสามารถไปสู่อวัยวะเป้าหมายที่ต่ำ ของยา รวมทั้งต้องผ่านหลายระบบในร่างกาย ทำให้ปริมาณยาที่ให้กับผู้ป่วยสูญหายไปกับระบบและขั้นตอนต่างๆในร่างกาย ทั้งยังทำให้เกิดผลข้างเคียงกับเซลล์ปกติ
ด้วยเหตุนี้ ดร.นรเศรษฐ์ ณ สงขลา หัวหน้าห้องปฏิบัติการ BioNEDD Lab ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมคณะ จึงได้พัฒนาระบบส่งยามะเร็งรูปแบบใหม่จากสารพอลิเมอร์ ที่ไม่มีความเป็นพิษต่อร่างกาย

สารดังกล่าวสามารถถูกฝังลงในก้อนมะเร็งในตับ โดยที่ผู้ป่วยจะมีบาดแผลเพียงเล็กน้อย ยารักษาโรคมะเร็งที่บรรจุอยู่ภายในแท่งพอลิเมอร์จะถูกปล่อยออกมาด้วยอัตรา ที่กำหนดได้สู่เซลล์มะเร็ง หลังจากนั้นแท่งพอลิเมอร์จะถูกย่อยสลายโดยที่ไม่ต้องมีการผ่าตัดเพื่อนำออก มา
มะเร็งเป้าหมายของการวิจัยคือ ก้อนมะเร็งสมองและมะเร็งตับ
ทีม วิจัยออกแบบระบบส่งยาดังกล่าวให้อยู่ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบพอลิเมอร์แท่งเพื่อฝังในก้อนมะเร็งโดยตรง รูปแบบอนุภาคนาโนสำหรับบรรจุยารักษาโรคมะเร็งไว้ จากนั้นส่งเข้าทางเส้นเลือดสำหรับค้นหาและทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายอย่างมี ประสิทธิภาพ และรูปแบบเจลพอลิเมอร์สำหรับฉีดเข้าไปยังเซลล์มะเร็ง โดยที่เจลดังกล่าวเข้าไปแข็งตัวข้างในและค่อยๆ ปลดปล่อยตัวยาออกมาทำลายเซลล์
“หลังจากวิจัยมาประมาณ 4 ปี กระทั่งพบว่าระบบส่งยาในรูปแบบเจลสามารถกักเก็บยาได้ตามต้องการ และปลอดภัยกับเนื้อเยื่อ ทีมวิจัยจึงตั้งเป้าจะขยายผลการทดลองจากหลอดแก้วไปยังสัตว์ทดลองในปีนี้ เพื่อเก็บข้อมูลด้านประสิทธิภาพในการนำส่งและการทำลายเซลล์มะเร็ง ก่อนนำไปขยายผลสู่การวิจัยในคนต่อไปในอนาคต” หัวหน้าห้องปฏิบัติการฯ กล่าว
ส่วน เทคโนโลยีพอลิเมอร์นำส่งยาแบบแท่งและอนุภาคนาโนนั้น คาดว่ายังต้องใช้เวลาพัฒนาอีก 2-3 ปีกว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนของสัตว์ทดลอง
ทีม วิจัยคาดหวังว่าประโยชน์จากการทดลอง จะช่วยให้แพทย์และคนไข้มีทางเลือกในการรักษาเพิ่มจากวิธีการรักษาด้วยเคมี บำบัดแบบเดิม ซึ่งมีผลข้างเคียงมาก ทั้งอาการผมร่วง ท้องเสีย อ่อนเพลียและเซลล์ปกติถูกทำลายไปพร้อมกับเซลล์มะเร็ง และท้ายที่สุดช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้า
“สาเหตุที่งาน วิจัยเดินหน้าได้ช้า ส่วนหนึ่งมาจากทุนวิจัยที่จำกัดในแต่ละปี แต่เชื่อว่าโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จในการวิจัย จะเป็นทางเลือกในการรักษาทางหนึ่ง ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไข้มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับและมะเร็งสมอง ให้เกิดกระบวนการรักษาที่ตรงเป้า ลดผลข้างเคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
พร้อมกันนี้ นับจากเริ่มวิจัยเกี่ยวกับอนุภาคนาโนมานานนับ 10 ปี จนถึงปัจจุบัน โครงการดังกล่าวสามารถผลิตบุคลากรที่มีความรู้ด้านระบบนำส่งยาทั้งระดับ ปริญญาตรี โทและเอก ซึ่งอนาคตจะเป็นทุนความก้าวหน้าเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์ให้กับสังคมไทย เป็นอย่างดี
โครงการวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และมูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ประเทศไทยในส่วนของการวิจัยแท่ง พอลิเมอร์ ส่วนการพัฒนาอนุภาคนาโนได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและ มหาวิทยาลัยมหิดล และส่วนของเจลที่มีความก้าวหน้ามากได้รับการสนับสนุนจากทางมหาวิทยาลัยมหิดล เช่นเดียวกัน

More details see:
> http://www.eg.mahidol.ac.th/dept/egbe/