Building Body Parts


Replacing organs or tissues with lab-created counterparts; engineered kidneys, livers and hearts. Science fiction? Not any more — scientists are already successfully growing all kinds of organs and tissues in the lab.

All 50 Secrets of the Sequence videos have an accompanying classroom-tested lesson that encourages students to further explore the video topics. Each lesson includes background information, state and national science standards, discussion questions and answers, teacher notes and an activity that will ensure a hands-on, “minds-on” experience. To see lessons for this series, visit http://www.pubinfo.vcu.edu/secretsoft…

Regenerative Medicine

June 28, 2007 presentation by Michael Longaker for the Stanford University Office of Science Outreach’s Summer Science Lecture Series.

Dr. Michael Longaker, Director or Children’s Surgical Research, explains how regenerative, reparative, replacement and tissue engineering medicine represent an emerging field that holds great promise for core problems in medicine world wide.

Stanford University Office of Science Outreach:
http://oso.stanford.edu

Summer Science Lecture Series:
http://oso.stanford.edu/lecture_serie…

Stanford University Channel on YouTube:
http://www.youtube.com/stanford

Category:  Education

วิศวกรรมเนื้อเยื่อ ที่จุฬา

Tissue Engineering and Drug Delivery System วิศวกรรมเนื้อเยื่อ (Tissue Engineering)

เป็นกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อ (regeneration of functional tissues) เพื่อทดแทน ซ่อมแซม หรือปรับปรุงการทำงานของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่สูญเสียหรือบาดเจ็บ ซึ่งโดยปกติจะไม่มีการงอกใหม่เองในมนุษย์ ได้แก่ ผิวหนังแท้ เส้นประสาท กระดูก กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อหัวใจ เป็นต้น กระบวนการสร้างเนื้อเยื่อต้องใช้การพัฒนาความรู้ต่างๆสามด้านหลัก ได้แก่ วิศวกรรมของวัสดุ ชีววิทยาของเซลล์ และวิศวกรรมชีวเคมี โดยจะเริ่มจากการพัฒนาชีววัสดุ (วัสดุที่เข้ากับร่างกายได้ดี Biomaterials) เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงเลี้ยงเซลล์ (scaffold) ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ชีววัสดุจากธรรมชาติ เช่น คอลลาเจน เจลาติน ไหมหรือวัสดุสังเคราะห์ขึ้น เช่น PLA PCL โครงเลี้ยงเซลล์จะถูกนำไปใช้เลี้ยงเซลล์ที่ถูกคัดแยก และขยายพันธุ์ให้มีปริมาณมากพอ แล้วการชักนำให้เปลี่ยนแปลง (differentiate) ไปเป็นเนื่อเยื่อที่ต้องการอย่างสมบูรณ์และสามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ ด้วยการควบคุมสภาวะแวดล้อมภายนอกในเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพ (Bioreactor) หรือในร่างกายสิ่งมีชีวิต (in vivo regeneration)

ปัจจุบันงานวิจัยในสาขานี้มีดังนี้ วิศวกรรมเนื้อเยื่อผิวหนัง วิศวกรรมเนื้อเยื่อเพื่อพัฒนากระดูกเทียมจากวัสดุชีวภาพในประเทศ วิศวกรรมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนจากเซลล์ต้นกำเนิด ระบบนำส่ง growth factor ในกระบวนการซ่อมสร้างเส้นประสาทส่วนปลาย การพัฒนาระบบนำส่งเมโทรเทรกเสสทางผิวหนังเพื่อรักษาโรคผิวหนังเรื้อนกวาง การพัฒนาระบบนำส่งสารสกัดจากสมุนไพรไทยที่ไม่ละลายน้ำ การสกัด ดัดแปลง และพัฒนาวัสดุทางการแพทย์จากชีววัสดุธรรมชาติ เช่น คอลลาเจน ไคโตซาน แบคทีเรียเซลลูโลส สารสกัดจากสาหร่าย ไซโครเด็กตริน การพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพเพื่อการเพิ่มจำนวนเซลล์ต้นกำเนิด

From>>http://cubme.eng.chula.ac.th/index.php?q=research/TissueEngineeringAndDrugDeliverySystem

———————————————————————————

หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช (สหสาขาวิชา) (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2549)

ชื่อหลักสูตร หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช (สหสาขาวิชา) Masterof Engineering Program in Biomedical Engineering ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วศ.ม.) Master of Engineering (M.Eng.) ประเภทหลักสูตร เชิงการจัดการ :หลักสูตรปกติ เชิงการจัดเก็บเงิน : หลักสูตรปกติ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

1) ผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรมชีวเวช

2) ผลิตงานวิจัยที่เป็นการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี เครื่องมือเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านวิศวกรรมชีวเวชอย่างมีระบบ

 คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

1. สำเร็จการศึกษาปริญญาบัณฑิตทางด้านวิศวกรรมศาสตร์

2. คุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามประกาศ ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบเป็นปีๆ ไป หรือคณะอนุกรรมการบัณฑิตศึกษาสหสาขาวิชาพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาได้ ระยะเวลาการศึกษา ไม่เกิน 4 ปีการศึกษา นับจากภาคการศึกษาแรกที่รับเข้าศึกษาในหลักสูตร

————————————————————

หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช (สหสาขาวิชา) (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2549)

ชื่อหลักสูตร หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช (สหสาขาวิชา)

Doctor of Philosophy Program in Biomedical Engineering

ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (วท.ด.) Doctor of Philosophy (Ph.D.)

ประเภทหลักสูตร เชิงการจัดการ : หลักสูตรปกติ เชิงการจัดเก็บเงิน : หลักสูตรปกติ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

1) ผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรมชีวเวช

2) ผลิตงานวิจัยที่เป็นการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนด้านวิศวกรรมชีวเวชอย่างมีระบบ

คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

แบบ 1.1 (สำหรับผู้สำเร็จปริญญามหาบัณฑิต)

1. สำเร็จปริญญามหาบัณฑิตทางด้านวิศวกรรมชีวเวช และคุณภาพของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญามหาบัณฑิตอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

2. คุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามประกาศ ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบเป็นปีๆ ไป หรือคณะอนุกรรมการบัณฑิตศึกษาสหสาขาวิชาพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาได้

 แบบ 2.1 (สำหรับผู้สำเร็จปริญญามหาบัณฑิต)

1. สำเร็จปริญญามหาบัณฑิตทางด้านวิศวกรรมชีวเวช และคุณภาพของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญามหาบัณฑิตอยู่ในเกณฑ์ดี หรือผู้สำเร็จปริญญามหาบัณฑิตสาขาอื่นๆ ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ หรือวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

2. คุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามประกาศ ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบเป็นปีๆ ไป หรือคณะอนุกรรมการบัณฑิตศึกษาสหสาขาวิชาพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาได้

แบบ 2.2 (สำหรับผู้สำเร็จปริญญามหาบัณฑิต)

1. สำเร็จปริญญาบัณฑิตทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพหรือวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และต้องได้รับเกียรตินิยมอย่างน้อยอันดับสอง หรือเทียบเท่า หรือมีคะแนนเฉลี่ยสะสมอย่างน้อย 3.25 ตามระบบคะแนน 4 แต้ม

 2. คุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามประกาศ ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบเป็นปีๆ ไป หรือคณะอนุกรรมการบัณฑิตศึกษาสหสาขาวิชาพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาได้ ระยะเวลาการศึกษา ไม่ เกิน 5 ปีการศึกษา สำหรับผู้ที่เข้าศึกษาด้วยวุฒิปริญญามหาบัณฑิต ไม่เกิน 8 ปีการศึกษา สำหรับผู้ที่เข้าศึกษาด้วยวุฒิปริญญาบัณฑิต ทั้งนี้นับจากภาคการศึกษาแรกที่รับเข้าศึกษาในหลักสูตร

วิศวกรรมเนื้อเยื่อ ที่จุฬา

Tissue Engineering and Drug Delivery System วิศวกรรมเนื้อเยื่อ (Tissue Engineering)

เป็นกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อ (regeneration of functional tissues) เพื่อทดแทน ซ่อมแซม หรือปรับปรุงการทำงานของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่สูญเสียหรือบาดเจ็บ ซึ่งโดยปกติจะไม่มีการงอกใหม่เองในมนุษย์ ได้แก่ ผิวหนังแท้ เส้นประสาท กระดูก กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อหัวใจ เป็นต้น กระบวนการสร้างเนื้อเยื่อต้องใช้การพัฒนาความรู้ต่างๆสามด้านหลัก ได้แก่ วิศวกรรมของวัสดุ ชีววิทยาของเซลล์ และวิศวกรรมชีวเคมี โดยจะเริ่มจากการพัฒนาชีววัสดุ (วัสดุที่เข้ากับร่างกายได้ดี Biomaterials) เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงเลี้ยงเซลล์ (scaffold) ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ชีววัสดุจากธรรมชาติ เช่น คอลลาเจน เจลาติน ไหมหรือวัสดุสังเคราะห์ขึ้น เช่น PLA PCL โครงเลี้ยงเซลล์จะถูกนำไปใช้เลี้ยงเซลล์ที่ถูกคัดแยก และขยายพันธุ์ให้มีปริมาณมากพอ แล้วการชักนำให้เปลี่ยนแปลง (differentiate) ไปเป็นเนื่อเยื่อที่ต้องการอย่างสมบูรณ์และสามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ ด้วยการควบคุมสภาวะแวดล้อมภายนอกในเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพ (Bioreactor) หรือในร่างกายสิ่งมีชีวิต (in vivo regeneration)

ปัจจุบันงานวิจัยในสาขานี้มีดังนี้ วิศวกรรมเนื้อเยื่อผิวหนัง วิศวกรรมเนื้อเยื่อเพื่อพัฒนากระดูกเทียมจากวัสดุชีวภาพในประเทศ วิศวกรรมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนจากเซลล์ต้นกำเนิด ระบบนำส่ง growth factor ในกระบวนการซ่อมสร้างเส้นประสาทส่วนปลาย การพัฒนาระบบนำส่งเมโทรเทรกเสสทางผิวหนังเพื่อรักษาโรคผิวหนังเรื้อนกวาง การพัฒนาระบบนำส่งสารสกัดจากสมุนไพรไทยที่ไม่ละลายน้ำ การสกัด ดัดแปลง และพัฒนาวัสดุทางการแพทย์จากชีววัสดุธรรมชาติ เช่น คอลลาเจน ไคโตซาน แบคทีเรียเซลลูโลส สารสกัดจากสาหร่าย ไซโครเด็กตริน การพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพเพื่อการเพิ่มจำนวนเซลล์ต้นกำเนิด

From>>http://cubme.eng.chula.ac.th/index.php?q=research/TissueEngineeringAndDrugDeliverySystem

———————————————————————————

หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช (สหสาขาวิชา) (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2549)

ชื่อหลักสูตร หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช (สหสาขาวิชา) Masterof Engineering Program in Biomedical Engineering ชื่อปริญญา วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วศ.ม.) Master of Engineering (M.Eng.) ประเภทหลักสูตร เชิงการจัดการ :หลักสูตรปกติ เชิงการจัดเก็บเงิน : หลักสูตรปกติ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

1) ผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรมชีวเวช

2) ผลิตงานวิจัยที่เป็นการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี เครื่องมือเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านวิศวกรรมชีวเวชอย่างมีระบบ

 คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

1. สำเร็จการศึกษาปริญญาบัณฑิตทางด้านวิศวกรรมศาสตร์

2. คุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามประกาศ ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบเป็นปีๆ ไป หรือคณะอนุกรรมการบัณฑิตศึกษาสหสาขาวิชาพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาได้ ระยะเวลาการศึกษา ไม่เกิน 4 ปีการศึกษา นับจากภาคการศึกษาแรกที่รับเข้าศึกษาในหลักสูตร

————————————————————

หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช (สหสาขาวิชา) (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2549)

ชื่อหลักสูตร หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช (สหสาขาวิชา)

Doctor of Philosophy Program in Biomedical Engineering

ชื่อปริญญา วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (วท.ด.) Doctor of Philosophy (Ph.D.)

ประเภทหลักสูตร เชิงการจัดการ : หลักสูตรปกติ เชิงการจัดเก็บเงิน : หลักสูตรปกติ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

1) ผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรมชีวเวช

2) ผลิตงานวิจัยที่เป็นการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนด้านวิศวกรรมชีวเวชอย่างมีระบบ

คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

แบบ 1.1 (สำหรับผู้สำเร็จปริญญามหาบัณฑิต)

1. สำเร็จปริญญามหาบัณฑิตทางด้านวิศวกรรมชีวเวช และคุณภาพของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญามหาบัณฑิตอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

2. คุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามประกาศ ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบเป็นปีๆ ไป หรือคณะอนุกรรมการบัณฑิตศึกษาสหสาขาวิชาพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาได้

 แบบ 2.1 (สำหรับผู้สำเร็จปริญญามหาบัณฑิต)

1. สำเร็จปริญญามหาบัณฑิตทางด้านวิศวกรรมชีวเวช และคุณภาพของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญามหาบัณฑิตอยู่ในเกณฑ์ดี หรือผู้สำเร็จปริญญามหาบัณฑิตสาขาอื่นๆ ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ หรือวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

2. คุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามประกาศ ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบเป็นปีๆ ไป หรือคณะอนุกรรมการบัณฑิตศึกษาสหสาขาวิชาพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาได้

แบบ 2.2 (สำหรับผู้สำเร็จปริญญามหาบัณฑิต)

1. สำเร็จปริญญาบัณฑิตทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพหรือวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และต้องได้รับเกียรตินิยมอย่างน้อยอันดับสอง หรือเทียบเท่า หรือมีคะแนนเฉลี่ยสะสมอย่างน้อย 3.25 ตามระบบคะแนน 4 แต้ม

 2. คุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามประกาศ ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบเป็นปีๆ ไป หรือคณะอนุกรรมการบัณฑิตศึกษาสหสาขาวิชาพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาได้ ระยะเวลาการศึกษา ไม่ เกิน 5 ปีการศึกษา สำหรับผู้ที่เข้าศึกษาด้วยวุฒิปริญญามหาบัณฑิต ไม่เกิน 8 ปีการศึกษา สำหรับผู้ที่เข้าศึกษาด้วยวุฒิปริญญาบัณฑิต ทั้งนี้นับจากภาคการศึกษาแรกที่รับเข้าศึกษาในหลักสูตร

Biomechanics and Tissue Engineering

Biomechanics & Tissue Engineering

Human biological systems like living tissues show an active response to changes in their mechanical environment. Not only is the intrinsic mechanical response complicated, the ability of biological systems to adapt by changing their structure, composition and function is fascinating. Within this track, principles from fluid and solid mechanics and biology are applied to a variety of biomedical problems and devices.
In particular, biomechanical aspects of pathology, diagnosis, prevention and treatment of medical conditions and diseases of the cardiovascular and the musculoskeletal systems are examined using a model-based and in some cases patient-specific approach.
Research is clustered in three sections:

* Soft Tissue Biomechanics & Engineering (cell and tissue mechanics, cell and tissue engineering)
* Bone & Orthopedic Biomechanics (bone and osteoporosis, tissue differentiation, osteoarthrosis and artificial joints)
* Cardiovascular Biomechanics (cardiac mechanics, hemodynamics, biofluid mechanics)