Robotics Surgery

Surgery’s past, present and robotic future

Catherine Mohr

About this talk

Surgeon and inventor Catherine Mohr tours the history of surgery (and its pre-painkiller, pre-antiseptic past), then demos some of the newest tools for surgery through tiny incisions, performed using nimble robot hands. Fascinating — but not for the squeamish.

Why you should listen to her:
Catherine Mohr began her career as an engineer, working for many years with Paul MacCready at AeroVironment to develop alternative-energy vehicles and high-altitude aircraft. Her midcareer break: medical school, where she invented a brilliantly simple device, the LapCap, that makes laproscopic surgeries safer.Mohr now oversees the development of next-generation surgical robots and robotic procedures, as the director of medical research at Intuitive Surgical Inc. She also works at Stanford’s School of Medicine, where she studies simulation-based teaching methods to teach clinical skills to budding doctors. And she’s a senior scientific advisor to the GlobalSolver Foundation, an innovative funding and study group that looks at ways to match up scientists and money to help the world’s oceans.

Source from TED > http://www.ted.com/talks/

NeuroArm

แคนาดาโชว์หุ่นยนต์ผ่าตัดสมองอัจฉริยะ

ดร. Garnette Sutherland ผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมระบบประสาทมหาวิทยาลัยคาลการี  หัวหน้าทีมพัฒนาโครงการ ขณะอธิบายการทำงานของหุ่นยนต์ผ่าตัดสมองอัจฉริยะ (ด้านข้าง) หุ่นยนต์สามารถรับรู้ถึงแรงบีบเครื่องมือที่อยู่ในมือศัลยแพทย์ผู้ควบคุม เช่นตัวยึดจับหรือ surgeon grasp เป็นต้น โดยแพทย์สามารถสั่งการและรับฟังรายงานจากหุ่นยนต์ได้ผ่านไมโครโฟน
ทีมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรชาวแคนาดา ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาหุ่นยนต์ผ่าตัดสมองอัจฉริยะ ที่สามารถขยายภาพเส้นประสาทที่เล็กที่สุดในสมองออกมาเป็นภาพสามมิติชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา เชื่อว่าจะสามารถลดความเสี่ยงในการผ่าตัดสมองได้อย่างน่าพอใจ

       หุ่นยนต์ผ่าตัดสมองอัจฉริยะนี้มีนามว่า neuroArm เป็นหุ่นยนต์ที่ประยุกต์เอาความรู้ด้านการผ่าตัดสมองและวิทยาศาสตร์ยานอวกาศเข้าไว้ด้วยกัน จุดเด่นคือระบบการแสดงผลภาพขยายแบบสามมิติหรือที่เรียกว่า MRI (magnetic resonance imaging) มีกำหนดการนำไปใช้ผ่าตัดจริงในช่วงฤดูร้อนนี้ที่โรงพยาบาลฟูตฮิลส์ (Foothills Hospital) โรงพยาบาลเพื่อการวิจัยในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์คาลการี (University of Calgary) ประเทศแคนาดา    neuroArm นั้นใช้งบประมาณในการพัฒนาราว 27 ล้านเหรียญแคนาดา (ประมาณ 772 ล้านบาท) เป็นผลงานการพัฒนาระหว่างทางมหาวิทยาลัยและบริษัท MacDonald, Dettwiler and Associates ผู้สร้างหุ่นยนต์ CanadArm สำหรับการสำรวจอวกาศให้กับองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯหรือนาซ่า (NASA)    ตามข้อมูลจาก Garnette Sutherland ผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมระบบประสาทมหาวิทยาลัยคาลการี ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมพัฒนาโครงการระบุว่า หุ่นยนต์นี้จะทำให้แพทย์สามารถใช้เทคนิคการผ่าตัดศัลยกรรมระดับสูงได้ง่ายและถนัดมือขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดมิติใหม่ให้กับการผ่าตัดของศัลยแพทย์และพยาบาลที่น่าจับตามอง

       “การร่วมมือกันอย่างจริงจังทำให้เรามีห้องผ่าตัดที่มีนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรให้ความช่วยเหลือในการเพิ่มประสิทธิภาพการผ่าตัดที่ดีขึ้น” Sutherland กล่าวระหว่างการสาธิตการทำงานของหุ่นยนต์ดังกล่าว    neuroArm นั้นจะถูกควบคุมโดยทีมศัลยแพทย์ หุ่นยนต์จะสามารถรับรู้ถึงแรงบีบเครื่องมือที่อยู่ในมือศัลยแพทย์ผู้ควบคุม เช่นตัวยึดจับหรือ surgeon grasp เป็นต้น โดยหุ่นจะสามารถผ่าตัดได้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่นการหลีกเลี่ยงการทำให้เส้นเลือดได้รับความเสียหาย จุดนี้ทำให้ศัลยแพทย์ไม่จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญหรือการฝึกฝนในระยะยาว ถือเป็นข้อได้เปรียบของการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการผ่าตัดได้        ศัยลแพทย์ผู้ควบคุมจะสามารถมองดูการทำงานของหุ่นยนต์ตัวนี้ได้ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ หรือจะชมภาพขยายสามมิติผ่านระบบ MRI ได้ผ่านหน้าจอทัชสกรีน โดยแพทย์สามารถสั่งการและรับฟังรายงานจากหุ่นยนต์ได้ผ่านหน้าจอทัชสกรีนดังกล่าวและไมโครโฟน       “จุดมุ่งหมายสำคัญของเราคือการทำให้การผ่าตัดศัลยกรรมที่ยากนั้นง่ายดายขึ้นและลดความเสี่ยงลง” วิศวกรหุ่นยนต์ Alex Greer ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส โดยให้ข้อมูลว่า ทีมพัฒนากำลังอยู่ระหว่างการทดสอบเพื่อชี้แจงข้อมูลแก่กระทรวงสาธารณสุขแคนาดาในสัปดาห์หน้า       สำหรับแผนในระยะยาว ยังไม่มีรายงานแผนการทำตลาด neuroArm ในขณะนี้ โดย Bruce Mack รองประธานของ MacDonald, Dettwiler and Associates ยืนยันเพียงว่า ทีมพัฒนาจะวางจำหน่ายหุ่นยนต์ดังกล่าวแก่โรงพยาบาลอื่นๆแน่นอน

Source>>http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=Konun&jnId=2618

More detail see…

>>http://lanta.giti.nectec.or.th/drupal/?q=node/780&page=0%2C2

หุ่นยนต์ทำให้รูปแบบการผ่าตัดเปลี่ยนไปหรือ

หุ่นยนต์ทำให้รูปแบบการผ่าตัดเปลี่ยนไปหรือ
(เทคโนโลยีช่วยลดภาระของแพทย์และผู้ช่วย)

     เมื่อราว10ปีก่อนหน้านี้ ยังมีการผ่าตัดโรคนิ่วถุงน้ำดีโดยเปิดช่องหน้าท้องให้มีความยาวราว20 เซนติเมตร แต่ตั้งแต่ครึ่งหลังของทศวรรษที่ 1980 ได้มีพัฒนาการผ่าตัดโดยใช้เอนโดสโคป(endoscope)การผ่าตัดแบบนี้จะเปิดหน้าท้องยาวเพียง 5 มิลลิเมตรถึง 1 เซนติเมตรประมาณ 3-4แห่ง แล้วก็สอดกล้องเอนโดสโคปซึ่งเป็นกล้องขนาดเล็กเข้าไปเพื่อดูสภาพภายในช่องท้อง แล้วก็นำเอาเครื่องมือต่างๆ เช่น กรรไกรผ่าตัดขนาดเล็กและยาว มีดผ่าตัดไฟฟ้า แคลมป์ ฟอร์เซป เป็นต้นเข้าไปในช่องท้อง ทำการผ่าตัดและห้ามเลือดเหมือนกับวิธีการแบบเปิดท้องทั่วไป การผ่าตัดโดยใช้เอนโดสโคปนี้ทำให้เกิดบาดแผลบนร่างกายเพียงเล็กน้อย และทำให้ร่างกายไม่เจ็บปวดและบอบช้ำช่วงหลัง 10 ปีมานี้ วิธีการนี้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว วิธีผ่าตัดแบบเก่า ผู้ป่วยจะต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลังผ่าตัดอย่างน้อยถึง 1 สัปดาห์ แต่ถ้าใช้เอนโดสโคป ผู้ป่วยบางรายก็สามารถกลับบ้านได้เลยในวันรุ่งขึ้น
       ในประเทศญี่ปุ่น ศาสตราจารย์อิเดซึกิ ยาซึโอะ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวและศาสตราจารย์ยามากาวา ทัตสึโร่ แห่งมหาวิทยาลัยเทเคียว ทั้งสองเป็นผู้เริ่มนำเอาวิธีผ่าตัดโดยใช้เอนโดสโคปมาใช้เป็นกลุ่มแรกๆ และวิธีนี้ก็แพร่หลายไปอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับศัลยกรรมที่ใช้วิธีการดั้งเดิมในการผ่าตัดนั้นต้องใช้มือสอดเข้าไปซึ่งจะสามารถใช้ความรู้สึกสัมผัสร่วมด้วยได้ในขณะผ่าตัดแต่ใช้เอนโดสโคปซึ่งเป็นการผ่าตัดโดยไม่ได้สัมผัสผู้ป่วย ทำให้ไม่ได้ใช้สัมผัสทั้งห้าและแพทย์เองจะรู้สึกว่าการผ่าตัดอาจไม่ได้ผล เพราะต้องดูจากจอภาพ(monitor)ซึ่งเป็นภาพ 2 มิติ ดังนั้นจึงมีเสียงเรียกร้องเทคโนโลยีที่สูงขึ้นในการผ่าตัด ทั่วโลกต่างก็พยายามที่จะทำการวิจัยในด้านวิศวกรรม เพื่อช่วยให้การผ่าตัดนั้นง่ายขึ้นทั้งต่อศัลยแพทย์และผู้ป่วย ความพยายามหนึ่งคือการพัฒนาหุ่นยนต์ผ่าตัด 

          ในยุโรปและสหรัฐอเมริกานั้นมีบริษัทหลายแห่งที่ได้พัฒนาหุ่นยนต์ หรือมานิพูเลเตอร์(manipulator) ขึ้นเพื่อใช้ในการผ่าตัด เทคนิคในการผ่าตัดแบบนี้ทั้งหมดใช้การควบคุมโดยมิได้สัมผัสตัวผู้ป่วยโดยตรง ในญี่ปุ่นเองก็มีมหาวิทยาลัยและบริษัทชั้นนำต่างๆ หลายแห่งที่มีความก้าวหน้ามากในการพัฒนางานวิจัยมานิพูเลเตอร์สำหรับงานผ่าตัดด้วยเอนโดสโคปนี้ และเรียกมานิพูเลเตอร์นี้รวมว่าคือหุ่นยนต์ผ่าตัด หุ่นยนต์ผ่าตัดนี้ไม่ได้เหมือนหุ่นยนต์ที่ใช้ในทางอุตสาหกรรมหรือในโรงงาน ซึ่งในโรงงานนั้นการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์นั้นจะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ แต่สำหรับหุ่นยนต์ผ่าตัดจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของศัลย์แพทย์อย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้น การทำงานของหุ่นยนต์ทั้งสองแบบจึงมีความแตกต่างกันไม่สามารถนำคำอธิบายหุ่นยนต์ทั่วไปมาใช้อธิบายหุ่นยนต์ผ่าตัดได้
        ทุกวันนี้ การผ่าตัดตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเสร็จสิ้นโดยใช้หุ่นยนต์ทั้งหมดไม่ได้เป็นเพียงความฝ้นอีกต่อไป หุ่นยนต์ผ่าตัดที่พัฒนาขึ้นได้ให้ข้อมูลมากกว่าความรู้สึกของศัลยแพทย์ การผ่าตัดมีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้นกว่าการใช้มือของศัลยแพทย์ และยังมีความปลอยภัยและประสบความสำเร็จสูงกว่า นั่นคือจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดของการใช้งานหุ่นยนต์ผ่าตัด

ประเด็นสำคัญ
*การเปลี่ยนจากการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง มาเป็นการใช้เอนโดสโคป ช่วยลดความบอบช้ำของผู่ป่วย
*การพัฒนาหุ่นยนต์ผ่าตัดกำลังก้าวหน้าไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
Source:
จากหนังสือเทคโนโลยีมหัศจรรย์เพื่อชีวิต
ผู้แต่ง ศาสตราจารย์คะซุฮิโกะ คะจิฮะระ (Professer Kazuhiko Kajihara)
ผู้แปลและเรียบเรียงโดย รศ.ดร.ศักดา ดาดวง